วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Vientiane Trip Part 1 : ปู๊นๆ สะพายเป้ ตะลุยเที่ยวเมืองหนองคาย


นั่งรถไฟไปเที่ยวกันอีกแล้ว หลังจากที่วางแผนกันมาซักพักใหญ่ๆ (จริงอ่ะ 555) ก็ได้เวลาไปตะลุยเที่ยวกันซะที

ทริปครั้งนี้ของเรา ไปกัน 5 วัน 2 คืน !!! ไม่ผิดหรอก อิอิ อยากรู้ว่าเป็นยังไงต้องติดตามกันนะ ^^

โดยไปกัน 6-10 ธ.ค. 56 ที่ผ่านมา (กรุงเทพฯ-หนองคาย-เวียงจันทน์/ลาว-ขอนแก่น-กรุงเทพฯ)
ใน Part 1 นี้ จะขอพูดถึง เที่ยว 1 วัน พัก 1 คืน ณ หนองคาย
 
ก่อนอื่นก็ต้องจองตั๋วรถไฟกันซะก่อน ก่อนที่วันหยุดมันจะทำให้ตั๋วเต็ม
นั่งรถไฟเที่ยวครั้งนี้ ขอไปแบบหรูๆกับรถไฟชั้น 1 ของการรถไฟแห่งประเทศไทยกันซะหน่อย ครั้งแรกเลยนะเนี่ย ><”

ซื้อตั๋วรถไฟไปหนองคาย รอบเวลา 20.00 น. จากสถานีหัวลำโพง วันที่ 19 พ.ย. 56  (เดินทางจริง 6 ธ.ค. 56)
ราคาเตียงล่าง 1,317 บาท / เตียงบน 1,117 บาท ต่างกันอยู่ 200 บาทนะฮับ ^^




6 ธ.ค. 56 : วันเดินทางที่รอคอยมาถึงแล้ว เย้ๆๆ ^0^
กลัวคนเยอะ รถติด เลยมาถึงก่อนเวลาเป็นชั่วโมง 555
เดินเล่นถ่ายรูปที่หัวลำโพงไปพลางๆ


 สถานีหัวลำโพง

ก่อนเดินทางก็หาไรทานกันเล็กน้อยและซื้อของติดกระเป๋า เผื่อหิวบนรถไฟ ^^


 รถไฟออกเวลา 20.00 น. (ออกจริงเกือบๆ 21.00 น.)

ดูรีวิวรถไฟนอนแอร์ชั้น 1 ได้ที่ http://porpoyz.blogspot.com/2013/12/1.html

หลังจากจัดที่นอนเรียบร้อยก็โดดขึ้นที่นอนเตียงบนเลย ><”
 

นอนซุกผ้าห่ม (Z..z.z)
เจอกันที่หนองคาย ตอนเช้านะคะ ^^
.........................................................................................

7 ธ.ค. 56 ยามเช้า
ลืมตาตื่นขึ้นมาก็สว่างแล้ว ลุกไปเข้าห้องน้ำตอนเช้า ขอถ่ายรูปซะหน่อย วิวท้ายรถไฟสวยมาก ><”
 

นั่งชมวิวยามเช้าไปซักพักก็ถึงสถานีรถไฟหนองคายแล้ว เย้ๆๆ ^0^


 สถานีรถไฟหนองคาย

จากนี้ไปก็ได้เวลา ตะลุยเที่ยวหนองคาย กันแล้ว ไปโล้ดดดด!!
สะพายเป้กันไปสองคนแบบไม่มีรถก็ต้องใช้บริการ “สกายแล๊ป”

รถโดยสารคันน้อยของที่นี่ เดินทางไปที่พักกันซะหน่อย ที่หมายของเราคือที่พัก “จันทร์หอม” 
เสียค่ารถไปคนละ 50 บาท



ตอนแรกนึกว่าจะขับเร็วปรู๊ดปร๊าด ที่ไหนได้ ขับชิวๆตากลมหนาวกันจนหน้าชาไปหมดเลยฮะ (ก็วิ่งความเร็วสูงสุดน้อยนิดเดียวเอง =3=)
ประมาณ15นาทีเราก็มาถึงที่หมาย ป้ายบอกทางก็ชัดเจนดีนะ เท่าที่สังเกตดู J
 
ป้ายบอกทางริมถนน

ที่พักอยู่เข้าไปด้านในอีกที บอกก่อนเลยว่าเราไปกันด้วยงบประหยัด เพราะฉะนั้นที่เราไปพักจะไม่หรูหรา แค่เก็บของ พักผ่อน อาบน้ำ นอนได้เท่านั้น อย่าหวังว่ามันจะสวยหรู 555 (เที่ยวอย่างพอเพียงนะจ๊ะ)
 ด้านในซอยก็มีป้ายบอกชัดเจน

 ด้านหน้าของที่พักจันทร์หอม

 ป้ายบอกทั้งไวไฟ เบอร์ร้านเช่ารถ เต็มเคาเตอร์เลย

 ที่นั่งพักผ่อนด้านใน มีกาแฟโอวัลตินชงได้ตามสะดวก

ห้องพักที่นี่ เตียงใหญ่ ราคา 370บาท/คืน จริงๆแล้วเราไม่ได้จองห้องพักที่นี่ แต่ดันเกิดเหตุขัดข้องทางที่พักเดิม
เขาเลยหาที่พักใหม่ให้เลยได้ที่นี่มา

ตอนเห็นห้องก็แบบ เตียงใหญ่มาก นอนหลายคนได้สบายเลย 555
ห้องกว้างมีทีวี ตู้เย็น โต๊ะเครื่องแป้ง ส่วนห้องน้ำมีชักโครก หัวฉีดชำระ อ่างล้างมือ กระจก ฝักบัว น้ำอุ่น
ถือว่าหรูกว่าที่เราคิดไว้เยอะนะในราคานี้ ^^


 ที่นอนใหญ่มาก

ห้องกว้างๆ

เก็บของ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน เรียบร้อย
ก็ได้เวลาออกไปตะลุยเที่ยวแหลกกันแล้วจ้า !!!
แต่ก่อนอื่นกองทัพต้องเดินด้วยท้อง เพราะฉะนั้น เราก็ต้องหาอะไรทานกันซะก่อน
จากที่พักเดินทะลุวัดไปได้ จะไปโผล่ถนนตรงข้ามตลาดท่าเสด็จ เดินเลี้ยวไปทางซ้ายจะมีร้านขายไข่กระทะ ข้าวเปียกตั้งอยู่เห็นป้ายชัดเจน ชื่อร้าน  “ดาริกา ไข่กระทะ” พี่เจ้าของร้านบอกว่าถ้าจะมาตอนเช้า ตี 5 ครึ่งก็มาได้แล้วนะ ของพร้อมขาย อิอิ


 
บรรยากาศภายในร้าน 


มีเครื่องดื่มขายด้วย

ที่ร้านเมนูเยอะแยะเลย ตามไปดูว่ามีอะไรกันบ้างดีกว่า






ร้านนี้จะเสิร์ฟชาร้อนให้ดื่มฟรี!! รสชาติออกเป็นชาจีนธรรมดาแหละจ้า
 

ขนมปังสุดฮิตที่ใครมาเที่ยวก็ต้องแวะซื้อ

มาดูเมนูที่เราสั่งสำหรับมือเช้าดีกว่า หนีไม่พ้น “ไข่กระทะ 40 บาท” กับ “ข้าวเปียกเส้น 35 บาท”
คนทานรสอ่อนๆคงจะติดใจ แต่คนที่ติดทานรสจัดออกจะไม่ถูกปากนะจ๊ะ




อิ่มท้องกันเรียบร้อยก็ต้องกันไปกันต่อ เป้าหมายต่อไปคือเช้ารถ เดินเจอร้านแรก เจอไปคันละ 250 บาท เลยไม่เช่า 
หัวโล่งอยู่ซักพักไม่รู้จะไปเช่ารถที่ไหนดี เดินมาถึงโรงพยาบาลตรงหัวมุมตามที่ที่พักบอกมาก็หาร้านเช่ารถไม่เจอก็เลยถามคนแถวนั้น 
เขาบอกว่าต้องเดินไปหลังโรงพยาบาล (ซะงั้น 555) ในที่สุดเราก็ได้มอไซต์คันน้อยมา 
ในราคา 200 บาท อิอิ พี่ใจดีให้คืนได้เช้าอีกวันเลย ได้ขับกันเที่ยวยาวไป หุหุ

มุ่งหน้าไปเที่ยวที่แรกกันก่อนเลย “สะพานมิตรภาพไทย-ลาว” ขับกันไปซักพักเริ่มรู้สึก...ไกลเหมือนกันแห๊ะ 
พ่อหมีถึงกับบ่นเล็กน้อย 555


ถึงที่หมายก็วนหาที่จอดรถอยู่ซักพัก คือ ไม่รู้จะจอดรถไว้ตรงไหน 555
หลังจากจอดรถเรียบร้อย ก็มึนๆหาทางขึ้นสะพานไม่เจอ ก็มีเสียงจากคุณป้าร้านขายผลไม้ใกล้ๆส่งเสียงบอกว่า ขึ้นสะพานเข้าทางนี้ลูก ขอบคุณค๊าบบบ ><”


ด้านล่างใต้สะพานจะเป็นสวนหย่อมทั้งสองข้างทาง ร่มรื่นดีเชียวล่ะ พอเดินเข้าไปสักพักก็จะเจอเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าทางขึ้นอยู่ (ตรงนี้มีให้แลกเงินกีบด้วยนะ) ทางขึ้นไม่ชันมาก เดินชิวๆเย็นๆร่มรื่นสบายตา พอถึงบนสะพานก็จะเป็นแบบนี้ มีธงชาติไทยพลิ้วตามลม ~


เดินไปถึงกลางสะพานก็ต้องหยุด เพราะป้ายห้ามผ่าน 555 วิวสวยเชียวล่ะ แต่จะดีมากถ้าไม่เดินเวลาเที่ยงแบบนี้ 555
 

ภาพถ่ายมุมสูงจากบนสะพาน


 มุมเสี่ยงตาย รถขับผ่านไปมา แต่อยากถ่ายรางรถไฟตรงกลางก็ต้องโดดข้ามไปตรงกลางสะพานนะงับ ><”

อยู่ที่สะพานซักพักก็ได้เวลาไปที่หมายต่อไป “อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ” 
มาถึงที่ตาม Map ที่ลงไว้ งงเป็นไก่ตาแตกเลยฮะ เพราะว่าตอนเช้าที่นั่งสกายแลปก็ผ่านที่นี่มาแล้ว 
แต่ดันไม่รู้ว่าที่นี่คือ อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ 555


 อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ อยู่ตรงหน้าศาลากลางจังหวัดเลยคับ แต่ป้ายอยู่หลังที่ทำการนะ

แชะภาพเล็กน้อย แล้วก็ขับรถไปหาที่เติมน้ำมัน เติมไป 40 บาท

ก่อนจะไปต่อกันที่ “ตลาดโพธิ์ชัย” หาง่ายตรงที่อยู่ติดกับวัดโพธิ์ชัยเลยจ้า
พวกเราเลยจอดรถไว้ในวัดแล้วเดินผ่านประตูเล็กด้านหลังวัดมาที่ตลาด
แต่ว่า...เป็นตลาดเช้าอ่ะ ตลาดเลยวายหมดแล้ว 555
ดีนะยังมีเนื้อปิ้งของโปรดให้ได้ทาน ><”


ตลาดเช้าโพธิ์ชัย

 
เนื้อเสียบไม้ปิ้งของโปรด 10 บาท

เดินเล่นกัน ซื้อยาทานกันเล็กน้อย (อาการหวัดกำเริบ 555) เสร็จแล้วก็ไปไหว้พระทำบุญกันต่อที่ “วัดโพธิ์ชัย”
    


ทางเข้าเห็นชัดเจน

 วัดโพธิ์ชัย

 ไหว้พระขอพรด้านนอก

 ด้านในโบสถ์ กราบไหว้และมีให้ถวายสังฆทานด้วย ^^


หลังจากที่ไหว้พระทำบุญกันคนละนิดละหน่อยเรียบร้อยก็ไปต่อกันที่ “ศาลาแก้วกู่”



ที่นี่เสียค่าเข้าชม คนละ 20 บาท












นอกจากจะมีรูปปั้นให้ชมมากมาย ที่นี่ยังมีบ่อให้อาหารซึ่งปลามัน...ตัวใหญ่มว๊ากกกกก *0*


ที่พาเดินมาทั้งหมดเป็นแค่รอบๆบริเวณ
ไปดูที่สำหรับสักการะบูชากันบ้างดีกว่า ^^

 มีให้จุดธูปเทียนบูชาด้านนอก และเสี่ยงเซียมซี

 ด้านใน

ที่นี่มีอะไรให้ดูเยอะแยะ แถมวางกล้องไม่ได้ด้วย อยากถ่ายไปหมด ><”
ทำให้เลยจากเวลาที่วางแผนไว้มามากพอควร โดนดุเล็กน้อย ><”
เราก็เลยต้องรีบเดินทางไปที่หมายต่อไป ก่อนที่กระเพาะจะร้องไปมากกว่านี้ 555 (ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย)
ที่ต่อไปที่เราจะไปกัน คือ “พระธาตุหล้าหนอง” อยู่ติดริมน้ำโขง วิวสวยมากเลยล่ะ ^^



  
 ด้านล่างมีให้จุดธุปจุดเทียน

 ด้านบนพระธาตุ

ถ้ามาที่นี่ ลองอ่านประวัติดูจะพบว่าที่มาของชื่อเป็นอย่างไร 
แล้วจะต้องมองหาพระธาตุกลางน้ำโขงแบบเราเป็นแน่แท้ 555

ไปที่ไหนก็อ่านทำความเข้าใจถึงประวัติของสถานที่นั้นๆด้วยน้า จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อิอิ

จากนั้นด้วยความหิวเราสองคนก็ตรงไปที่ “แดงแหนมเนือง” ทันที 
แต่ดันไปผิดทางเลาะริมโขงไปดันไปสุดที่ท้ายตลาดท่าเสด็จ แต่ร้านอยู่ด้านหน้าก็ขับวกออกมา
แล้วไปเข้าด้านหน้าตลาดเพื่อที่จะทานแดงแหนมเนืองอันโด่งดัง ไม่น่าเชื่อว่าร้านป้ายจะโดดเด่น
และบอกทางอย่างเห็นได้ชัด ขับเข้าไปทางตลาดท่าเสด็จเลี้ยวซ้ายไปเล็กน้อยจะเจอร้านแดงแหนมเนือง 
ที่คนเยอะสุดๆ ><” มีที่จอดรถ ซึ่งบางทีเราคิดว่าน่าจะจอดไว้ที่อื่นแล้วเดินมาร้านดีกว่า 
เพราะถึงมีที่จอดรถก็น้อยอยู่ดี = =”


 ป้ายแดงแหนมเนืองโดดเด่นมาก เหมือนแมคโนนัลด์เลยอ่ะ ><”

ไปดูเมนูกันเลยดีกว่า



ของที่เราสั่งมามี 3 อย่าง คือ แหนมเนืองชุดเล็ก ขาหมูยัดไส้ และขนมจีนทรงเครื่อง 

ชุดเล็ก หมู 5 ไม้ อย่างเยอะ 130 บาท


 ขนมจีนทรงเครื่อง 40 บาท

 ขาหมูยัดไส้ 80 บาท

เริ่มแรกทานกันอย่างเอร็ดอร่อย มาตอนหลัง อิ่ม...ก็แหม ตอนหิวมันก็อยากสั่งนู่นนี่เยอะไปหมด
เลยอิ่มสุดๆไปเล้ยยย 555

แล้วเราก็ไปต่อกันที่ “ตลาดท่าเสด็จ” แต่ว่า...ตลาดวาย มาตอนเกือบๆ6โมงเย็น ไม่นึกว่าจะปิดเร็วขนาดนี้ TT 

เลยไปเดินเล่น “ถนนคนเดินริมโขง” ซึ่งจะมีเฉพาะวันเสาร์ตอนเย็นเท่านั้น ^^

ของกินของขายของทำมือเพียบเลย คนเยอะใช่เล่น
ถนนยาวเริ่มตั้งแต่ตลาดท่าเสด็จ ยาวผ่านแดงแหนมเนืองเลยไปถึงถนนสุดทาง









ข้างทางยังมีงานศิลปะให้เด็กๆรวมถึงครอบครัวได้ทำงานศิลปะร่วมกัน
นอกจากนั้นยังมีโชว์วาดภาพ ไวโอลินคลาสิค โชว์สีซอ รวมถึงเต้นคฟเวอร์และบีบอย
เรียกได้ว่าถนนคนเดินหนองคายแห่งนี้ คนมาเดินเยอะจริงๆ ><”

ซื้อขนมหวานติดไม้ติดมือกลับเข้าที่พัก ทานเสร็จสรรพก็ได้เวลานอนพักผ่อนกันแล้ว Z..z.z
นี่แค่ผ่านไป 1คืน กับอีก 2 วัน  (เดินทางบนรถไฟ ถึงหนองคาย นอนหนองคาย 1 คืน รวม 2 วัน)


พรุ่งนี้เช้าต้องนั่งรถไฟไป เที่ยวเวียงจันทน์ ตื่นเต้นๆ

ติดตามอ่านกันด้วยนะค๊าบบบ ^0^
บล๊อคหน้าเจอกันที่เวียงจันทน์นะฮะ >3<

"เพราะทุกการเดินทาง คือประสบการณ์อันล้ำค่าของชีวิต" : @porpoyz

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น